Answer I got from the movie “Life of Pi”

ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากหนังดีมาก ควรดูจริง ๆ แหละ
………………………………………………………………………………….

นี่ดูเรื่องนี้แล้วตกใจมากอะ…

เรื่องแรกนี่ตกใจในความบังเอิญ

คือเอาจริง ๆ ก็คิดเรื่องนี้มาซักพักแล้วล่ะ ก่อนมาดูเรื่องนี้ พอเจอเรื่องนี้เลยตกใจไง ได้คำตอบที่น่าพอใจของสิ่งที่สงสัยหลาย ๆ อย่างในคราวเดียว

………………………………………………………………………………….

แบบบางทีชีวิตเจอเรื่องบังเอิญที่รู้สึกว่าเฮ้ยย มันบังเอิญเกินไปเปล่าฟระ

เป็นอะไรซักอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าโชคดีเกินไป

อย่างเรื่องที่เจอซ้ำ ๆ กันบ่อย ๆ (แม้เปลี่ยนรูปแบบ แต่จุดสำคัญเหมือนกัน)

เวลาจะเรียนอะไรซักอย่างนะ คือบางทีมักจะมีเรื่องบังเอิญให้รู้เรื่องนั้นก่อนทั้งแบบตรง ๆ แล้วแบบอ้อม ๆ

แล้วพอถึงเวลาที่ต้องเอามันมาใช้ ก็ตกใจว่าเฮ่ยยย นี่ชั้นเพิ่งรู้เรื่องนี้ไปนี่ ชีวิตดูง่ายขึ้นมานิดนึง ไรแบบเนี้ย

ไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่รวมสกิลการใช้ชีวิต แล้วก็โอกาสต่าง ๆ ที่ได้มาในชีวิตด้วย
คือบางทีมันแบบเฮ้ยย บังเอิญไปป้ะ

คือบางเรื่องเค้าก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเอง มันมาเอง…หรือบางทีมันเป็นผลมาจากการตัดสินใจของเค้าก่อนหน้านี้กันแน่

รวมไปถึงเรื่องที่เค้ารู้สึกโชคดี…คือเอาจริง ๆ มันก็มีเรื่องไม่ดี มีเรื่องแย่ นี่คือเพราะโฟกัสแล้วจำแต่เรื่องดี ๆ เลยคิดไปว่าตัวเองโชคดีรึเปล่า

………………………………………………………………………………….

แล้วนี่มีข้อสงสัยในชีวิตเต็มไปหมด
มีคำถามรอใน wait list เต็มไปหมด

บางอันคิดว่าคงยังมีความรู้ไม่พอก็เลยยังตอบไม่ได้ คือบางเรื่องที่สงสัยถ้าแนววิทยาศาสตร์คิดว่าแม้ตอนนี้อาจจะยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าจะหาได้ในอนาคต

แต่มันก็มีบางคำถามที่หาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน (นี่เพราะเรียนปรัชญาเลย โธ่)

บางทีชีวิตยุ่งยากเพราะคิดมากเกินไปนั่นแหละ

คิดว่าทำไมๆๆๆๆมันถึงเป็นแบบนั้นนะ หาคำตอบเจอก็นำไปสู่อีกคำถามนึงอยู่ดี

ย้อน ๆ ไป จนซักพักมันจะเยอะจนพันกัน จนคิดต่อไม่ไหว เลยยอมแพ้ ช่างแม่มมม ไม่เอาก็ได้คำตอบ

คือคิด ๆ ไปบางทีมันไปเจอคำอธิบายที่ไม่ดีเพียงพอ มีข้อแย้งได้ อธิบายต่อสองทางหรือมากกว่า ตัวคำอธิบายแต่ละอันก็แตกประเด็นต่อไปได้อีก … เลยปวดหัวไง

คือชั้นประมวลผลข้อมูลขนาดนั้นไม่ได้จริง ๆ (ถ้าเขียนก็เหมือนกันรับรองประเด็นแตกไปอีกเยอะเลย นี่สามารถนั่งคิดได้ทั้งวันจริง ๆ อะ นี่พิมพ์อยู่ก็หัวหมุนมาก นี่เพราะพยายามพิมพ์ทุกอย่างที่คิด สภาพมันเลยเป็นแบบนี้แหละ)

จริง ๆ นี่เพิ่งมีสมมติฐานใหม่นะว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอินเตอร์เนต 55+

ติดนิสัยรับข้อมูลมาก ๆ มองผ่าน ๆ สติไม่จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งนึง

เดี๋ยวแว้บไปคิดเรื่องนู้น เดี๋ยวเรื่องโน้น วกกลับมาเรื่องนี้ วนลูปไปสิ

เลยสะอึก…อึ้ก เลยตอนพ่อพระเอกบอก

I do not expect us all to agree about everything, but I would much rather have you believe in something I don’t agree with than to accept everything blindly. And that begins with thinking rationally.

ฟังจบต้องกด pause เพื่อพูดกับตัวเองว่า เชร้ดเด้

คือเข้าใจประเด็นที่พ่อสื่อเรื่องศาสนาไรงี้นะ แต่คือมันใช้อธิบายสภาวะที่เค้าเป็นอยู่ได้ด้วยไง ขอเรียกว่าสภาวะจับฉ่าย question everything blindly มาก ๆ

คือความคิดจับฉ่ายนี่ทำชีวิตวุ่นวายมาก…

แล้วเหมือนไม่นานมานี้ไปเจอ ไปอ่าน หรือไปดูวีดีโอซักที่แล้วมีคำพูด(ที่เขาว่าเป็น)ของไอสไตน์ที่ว่า
I don’t need to know everything; I just need to know where to find it, when I need it.

เชร้ดเด้อีกทีนะ

แล้วนี่ก็พาลไปนึกถึงทางสายกลาง

พอได้ข้อมูลมารวมกันแล้วเหมือนได้จิ๊กซอว์อันสุดท้ายของภาพต่อชุดนี้…(จะได้ปล่อยมันไปแล้วไปต่ออันใหม่สักที)

………………………………………………………………………………….

ต่อจากส่วนแรกเรื่องความบังเอิญ

แล้วพักนี้อยู่ดี ๆ คำว่า God ก็โผล่มาเจอะเจอกันบ่อย ๆ คือพอเห็นแล้วก็อดนึกถึง อดสงสัยไม่ได้ไง

นี่จริง ๆ รู้สึกว่ามาให้เจอเยอะเพราะอ่านโทริโกะ 55+

แล้วก็เจอต่อในคาบปรัชญา

แล้วเพื่อน ๆ บางทีก็มาแชร์แนวคิดกันบ้าง (นี่เพื่อนรอบตัวคริตส์กันหมดเลยนะ นี่ชอบมาก มาแชร์ความเห็น ได้เรียนรู้จากมุมมองเขาบ้าง)

คุณ Seygey เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่มาแนะนำศาสนาคริสต์ก็โผล่มาอีกเมื่อไม่นานมานี้

คือบางทีก็เลยคิดว่า เอ้ะ…หรือ ไอที่เค้านิยามว่าบังเอิญเนี่ยแหละ ก็คือรูปแบบนึงของสิ่งที่เขาเรียกว่า God นะ

มาว่าเรื่องหนังต่อ…

ดูจบแล้วเหมือนได้ตอบคำถามที่สงสัยมาซักพัก

คิดว่าสามารถตอบคำถาม Why it is like that? ได้ด้วยคำถามที่ว่า Which story do you prefer? (จริง ๆ ใช้ตอบคำถาม What I can trust or what I should trust? ได้ด้วยนะเอาจริง ๆ)

รู้สึกบรรลุมาก 55+ มันแบบ This answer is enough for me. โอเคคคคค (อาจจะเพราะขี้เกียจก็ได้ ขี้เกียจหาคำตอบแล้ว เอาเนี่ยแหละเป็นคำตอบ นี่ชั้นมักง่ายยย 55+)

นี่ตอนนี้คืดว่าศาสนา…ก็คือ story นึงไว้อธิบายสิ่งที่เราหาคำตอบไมไ่ด้มั้ง เหมือนที่เค้าเริ่มคิดตอนนี้แหละ

เค้าก็มี story ของเค้าเอง

นี่เดี๋ยวก็กลับไปสงสัยฟุ้งซ่านเหมือนเดิมแหละ 55+

ป.ล. คนอื่นเขาก็คิดแบบนี้เหมือนกันไหม เยอะ ๆ แบบนี้ล่ะ แค่ไม่ได้แสดงออกมา หรือชั้นฟุ้งคนเดียวจริง ๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

Up ↑

xkcd

The blag of the webcomic

ความรู้สุขภาพจิตและปัญหาสุขภาพจิต

แหล่งรวมบทความด้านสุขภาพจิตที่ "น่าเชื่อถือ" สำหรับคนไทย

Mck's Movie

ความเห็นหลังชม และบทวิจารณ์หนังประจำสัปดาห์

withinsky

this is the space that belongs to me

Khim's Blog

Movies Books Manga

ศาสตร์และศิลป์ที่สอนในเมืองไทย

รายวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดสอนในเมืองไทย พร้อมคำจำกัดความและขอบเขตของวิชา

Biochem Insider

'Give a man a truth and he will think for a day..Teach a man a reason and he will think for a lifetime' - Anonymous

basicbiochem

the heart of science, the chemistry of life, basically biochemistry

dopeahmeanbio

Basically...this blog is being written to gain 10% for my BioChem grade. But in all honesty, i'm a Bio nerd and always bring scientific weird random facts in my daily conversations. So im gonna use this blog to share my nerd-iest thoughts and introduce you to the wonderful world of science! Welcome! :)

inkedbiochemist

swim upstream and you will become a dragon...

Mr.VOP

Love is not about who you live with ... It's about who you can't live without

Kritdikorn Wongswangpanich's Blog

Political Crisis (basically in Thailand)

No-Face

Our destinies have been entwined, but never joined

ilnostroposto

Just Our Happy Place and Peace

Cerebral Dopamine

News about your brain for your brain

ปรัชญาภาษา

รวมความคิดเกี่ยวกับภาษาและความหมาย

ขนมหวานไทย

ขนมหวานไทยอนุรักษ์ไว้แก่ชนรุ่นหลัง

Pradthana's Weblog

Just another WordPress.com weblog

%d bloggers like this: